กองทัพบกอิหร่านเปิดฉากโจมตีด้วยโดรนติดระเบิดหลายสิบลำ ใส่ระบบเรดาร์และที่ตั้งกำลังพลของสหรัฐฯ ที่ฐานทัพอัล ดาฟรา (Al Dhafra) และอัล มินฮัด (Al Minhad) ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) รวมถึงฐานทัพเชคอีซา (Sheikh Isa) ในบาห์เรน
ในแถลงการณ์เมื่อวันพุธ (2 ก.ย.) กองทัพอิหร่านประกาศว่า การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้ ยุทธการสายฟ้า (Operation Thunder) ระลอกที่ 30
ตามรายงานจากแถลงการณ์ โดรนพลีชีพ (โดรนติดระเบิด) หลายสิบลำที่ปฏิบัติการโดยกองทัพอิหร่าน ได้เข้าโจมตีระบบเรดาร์และพื้นที่จุดประจำการของกองกำลังสหรัฐฯ ที่ฐานทัพอัล ดาฟรา (Al Dhafra) และฐานทัพอัล มินฮัด (Al Minhad) ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)
แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า สถานที่ติดตั้งระบบเรดาร์และจุดรวมพลของกองกำลังสหรัฐฯ ที่ฐานทัพอากาศเชค อีซา (Sheikh Isa Air Base) ในประเทศบาห์เรน ได้ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีอย่างหนักอีกครั้ง โดยเป็นการโจมตีด้วยโดรนพลีชีพตระกูลอาราช (Arash explosive drones)"
กองทัพอิหร่านระบุว่า ฐานทัพอัล ดาฟรา (Al Dhafra) เป็นหนึ่งในศูนย์ปฏิบัติการหลักของสหรัฐฯ ในภูมิภาค พร้อมทั้งกล่าวว่า ฐานทัพแห่งนี้ถูกใช้สำหรับปฏิบัติการทางอากาศ งานข่าวกรอง การเฝ้าตรวจ และการสนับสนุนส่งกำลังบำรุง
กองทัพอิหร่านระบุว่า 'การโจมตีพื้นที่อยู่อาศัยของประชาชนและการมุ่งเป้าไปที่งานแต่งงานโดยฝีมือของศัตรู ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของอาชญากรรมสงคราม และเผยให้เห็นถึงธาตุแท้อันชั่วร้ายของสิ่งที่ถูกเรียกว่า สิทธิมนุษยชนแบบอเมริกัน
แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า 'การตอบโต้ของกองทัพต่ออาชญากรรมเหล่านี้ จะเกิดขึ้นอย่างเป็นวงกว้างและส่งผลกระทบในระยะยาวอย่างแน่นอน
การโจมตีครั้งล่าสุดของอิหร่านเกิดขึ้นตามหลังการโจมตีอย่างต่อเนื่องของสหรัฐฯ ในพื้นที่ทางตอนใต้ของอิหร่าน ซึ่งรวมถึงการโจมตีด้วยขีปนาวุธเมื่อวันพุธที่ผ่านมาในจังหวัดคูเซสถาน (Khuzestan Province) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต (พลีชีพ) 7 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 8 ราย ในพื้นที่โดยรอบเมืองอาห์วาซ (Ahvaz) และเมืองอากาจารี (Aghajari)
การโจมตีแยกต่างหากของสหรัฐฯ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาในจังหวัดฮอร์โมซกัน (Hormozgan Province) ได้กลุ่มเป้าหมายที่เป็นงานเฉลิมฉลองแต่งงาน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต (พลีชีพ) อย่างน้อย 5 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 68 ราย
ในอีกด้านหนึ่ง กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) แถลงว่า กองกำลังของตนได้เข้าโจมตีอาคารกองบัญชาการและที่พักของผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐฯ รวมถึงโรงเก็บโดรน ณ ฐานทัพอากาศอาลี อัล-ซาเลม (Ali Al-Salem Air Base) ในประเทศคูเวต
ปฏิบัติการของกองทัพอิหร่านนั้นแยกส่วนจากปฏิบัติการของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) โดยทั้งสองเหล่าทัพต่างดำเนินปฏิบัติการทางทหารของตนเองในการโจมตีเป้าหมายของสหรัฐฯ และพันธมิตร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการตอบโต้ในภาพรวมที่ใหญ่ขึ้นของอิหร่าน
การรุกราน (การโจมตี) ระลอกล่าสุดต่ออิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เมื่อกองกำลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีพื้นที่ทางบกของอิหร่านเป็นวงกว้าง
กองทัพอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการส่งฝูงขีปนาวุธและโดรนเข้าโจมตีเป้าหมายของสหรัฐฯ และอิสราเอลทั่วทั้งภูมิภาคเป็นระลอกในทุก ๆ วัน พร้อมทั้งสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ต่อเรือรบและเรือสินค้าของสหรัฐฯ รวมถึงประเทศพันธมิตร
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน อิหร่านและสหรัฐฯ ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจแห่งอิสลามาบัด (Islamabad Memorandum of Understanding หรือ MoU) เพื่อพยายามยุติสงครามในทุก ๆ แนวรบ
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้ละเมิดข้อตกลง MoU ด้วยการเดินหน้าปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านอย่างต่อเนื่อง และเปิดฉากโจมตีเป้าหมายหลายแห่งทางตอนใต้ของอิหร่าน ส่งผลให้รัฐบาลเตหะรานตอบโต้ด้วยการพุ่งเป้าโจมตีไปที่สิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารของสหรัฐฯ ทั่วทั้งภูมิภาค และสั่งปิดเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์แห่งนี้อีกครั้ง
ที่มา : สำนักข่าว เพรสทีวี
Copyright © 2026 SAHIBZAMAN.NET- สื่อเรียนรู้อิสลามสำหรับอิสระชนคนรุ่นใหม่