วีรชนแห่งอิสลาม

อิมรอน บินอับดุลมุฏฏอลิบ (อบูฏอลิบ) ผู้พิทักษ์ที่ยิ่งใหญ่ของอิสลาม อิมรอน บินอับดุลมุฏฏอลิบ" รู้จักกันดีในนามว่า "อบูฏอลิบ" คือหัวหน้าเผ่าบนีฮาชิมและเป็นบิดาของท่านอมีรุ้ลมุอ์มินีน อะลี (อ.) ท่านและ "อับดุลลอฮ์" บิดาของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) ถือกำเนิดมาจากมารดาคนเดียวกัน ชื่อของท่านคือ “อิมรอน” และเนื่องจากบุตรชายคนโตของท่านคือ “ฏอลิบ” ประชาชนจึงเรียกท่านว่า “อบูฏอลิบ” (บิดาของฏอลิบ) หลังจากการเสียชีวิตของ “อับดุลมุฏฏอลิบ” บิดาของท่าน (วันที่ 10 รอบีอุลเอาวัล ปีที่แปดของปีช้าง) ท่านจึงได้รับผิดชอบการอุปการะเลี้ยงดูท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ)

อัรบะอีนฮุซัยนี (อ.) การสำแดงพระประสงค์ของพระเจ้าในการชี้นำโลกสู่อิสลาม  อัรบะอีน คือดวงอาทิตย์ของอิสลามแห่งฮุซัยนี ซึ่งกำลังทอแสงขึ้นพร้อมจะเชิดฉายสาสน์แห่งยุคสมัยที่จรัสแสงของสัจธรรมอันยิ่งใหญ่ที่กำลังใกล้จะมาถึง ด้วยมือของบุตรผู้เป็นสายเลือดของท่านอิมามฮุเซน (อ.) คือท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.) อิมามแห่งยุคสมัย และวันนั้นก็อีกไม่นานแล้ว อินชาอัลลอฮ์ (หากเป็นพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า)

เรื่องราวการสังหารราชทูตแห่งกรุงโรม โดยคำสั่งของยะซีด ผลจากการปกป้องศีรษะของอิมามฮุเซน (อ.)  ราชทูตของกษัตริย์แห่งกรุงโรมเมื่อได้เห็นยะซีดกระทำการดูหมิ่นเหยียดหยามศีรษะของท่านอิมามฮุเซน (อ.) เขาจึงได้วิพากษ์วิจารณ์และประณามพฤติกรรมดูหมิ่นเหยียดหยามนี้ของยะซีด และยะซีดก็ออกคำสั่งให้สังหารราชทูตแห่งกรุงโรมผู้นี้เพื่อรักษาเกียรติที่ถูกทำลายของตน

ศีรษะของท่านอิมามฮุเซน (อ.) ในโบสถ์คริสต์แห่งหนึ่ง  ทหารของยะซีดซึ่งกำลังนำศีรษะของท่านอิมามฮุเซน (อ.) ไปยังเมืองชาม (ดามัสกัส) นั้น ทุกที่ที่พวกเขาหยุดพัก พวกเขาจะนำศีรษะของท่านอิมามฮุเซน (อ.) ออกมาจากหีบและจะเสียบไว้บนปลายหอก พวกเขาจะเฝ้ายามและคอยระวังศีรษะนั้นตั้งแต่ค่ำจนถึงเช้า และเมื่อถึงเวลาเช้า พวกเขาก็จะวางศีรษะลงไว้ในหีบอีกครั้ง จากนั้นจะออกเดินทางต่อ..

สุนทรพจน์ของท่านอิมามฮูเซน (อ.) ณ นครมักกะฮ์อันศักดิ์สิทธิ์  เมื่อช่วงเวลาของการบำเพ็ญฮัจญ์ใกล้เข้ามา บรรดาฮุจญาจกลุ่มแล้วกลุ่มเล่าได้มุ่งหน้าสู่นครมักกะฮ์ ในช่วงแรกๆ ของเดือนซุลฮิจญะฮ์นี่เองที่ท่านอิมามฮูเซน (อ.) ได้รับทราบข่าวว่า “อัมร์ บินสะอัด บินอาซ” ได้เข้ามาสู่มักกะฮ์ด้วย ตามคำสั่งของยาซีด บินมุอาวียะฮ์ ในนามของ “อมีรุลฮัจญ์” แต่เจตนาที่แท้จริงนั้นคือการปฏิบัติตามคำสั่งที่น่าประหวั่นอย่างหนึ่ง คือการสังหารท่านอิมามฮูเซน (อ.)

การเดินทางสู่กูฟะฮ์ของอิมามฮุเซน (อ.)  แม้ว่าท่านอิมามฮุเซน (อ.) จะมีความรู้และตระหนักถึงกาลสมัย และท่านยังได้รับฟังเกี่ยวกับอนาคตของท่านจากท่านศาสดา (ซ็อลฯ) แต่ท่านก็ได้รับบัญชาให้ปฏิบัติตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏทางภายนอก (ซอฮิร) ซึ่งนั่นก็คือข้อเท็จจริงทางภายนอกที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าใจได้ หลังจากออกจากมักกะห์แล้ว ท่านอิมาม (อ.) จำเป็นต้องเดินทางมุ่งหน้าสู่กูฟะฮ์

อิมามซัจญาด (อ.) ผู้ถือธงในการต่อสู้กับความเสื่อมทรามทางศีลธรรม  ในช่วงชีวิตของอิมามท่านที่ 4 มีงานหลายด้าน หนึ่งในนั้นคืองานด้านจริยธรรม ท่านอิมามซัจญาด (อ.) มุ่งมั่นกับการให้ความรู้และการเปลี่ยนแปลงศีลธรรมในสังคมอิสลาม เนื่องจากตามการวิเคราะห์ของท่านอิมาม (อ.) ปัญหาพื้นฐานที่สำคัญของโลกอิสลามที่นำไปสู่โศกนาฏกรรมแห่งกัรบาลานั้นเกิดจากการเสื่อมถอยและความเสื่อมทรามทางศีลธรรมธรรมของประชาชน ....

ความกล้าหาญของท่านอิมามอะลี (อ.) ในสงครามค็อยบัร  สงครามค็อยบัร เป็นหนึ่งในสงครามที่สำคัญที่สุดของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) ในการเผชิญหน้ากับชาวยิวแห่งค็อยบัร และอิสลามได้รับชัยชนะโดยการพิชิตป้อมปราการแห่งค็อยยัร ด้วยมือของท่านอมีรุลมุอ์มินีน อะลี บินอบีฏอลิบ (อ.)

ซิยารัตอัรบาอีน การรวมตัวที่เป็นการเมืองที่สุดของบรรดาผู้รักในอะฮ์ลุลบัยต์ (อ.)  ความกระตือรือร้น ความกระวีกระวาดและความปรารถนาที่เพิ่มมากขึ้นทุกปีของชาวชีอะห์ในการไปเยือนสถานฝังศพ (ฮะรัม) ของท่านอิมามฮุเซน (อ.) และการไปร่วมพิธีเดินเท้าซิยารัตอัรบาอีนของท่าน เป็นสิ่งที่น่าหวั่นกลัวที่สุดสำหรับศัตรูของอะฮ์ลุลบัยต์ (อ.)  และเป็นบ่อเกิดของความสงบมั่นและความหวังต่ออนาคตสำหรับบรรดาผู้ที่รักและปฏิบัติตามอะฮ์ลุลบัยต์ (อ.)

เปิดประวัติศาสตร์ภาพเก่าแก่ที่สุดของการเดินเท้าเพื่อรำลึกถึง"อัรบะอีน" อิมามฮูเซน (อ.)  จากข้อมูลที่มีบันทึกไว้ในหนังสือ "มิซารุชชีอะฮ์" ของเชคมุฟีดและในหนังสือ "มิศบาฮุลมุตะฮัจญิด" ของเชคฏูซี (ลูกศิษย์ของเชคมุฟีด) ได้บันทึกไว้ว่า วันอัรบะอีนเป็นช่วงเวลาที่กองคาราวานของครอบครัว (อะฮ์ลุลบัยติ์) เดินทางมาจากดามัสกัสเพื่อกลับสู่เมืองมะดีนะฮ์ นอกจากนี้ตามคำรายงานอีกบันทึกหนึ่งของเชคมุฟีด ท่านญาบิร บินอับดุลลอฮ์ อันซอรี เป็นหนึ่งในบุคคลแรกๆ ที่มาเยือนหลุมฝังศพของท่านอิมามฮุเซน (อ.)

เชลยแห่งอะฮ์ลุลบัยต์ของอิมามฮุเซน (อ.) ในแผ่นดินชาม ตอนที่ 3   หลังจากการกล่าวสุนทรพจน์ของท่านหญิงซัยนับ (อ.) และท่านอิมามซัยนุลอาบิดีน (อ.) การเปิดโปงยะซีดโดยท่านทั้งสองแล้ว สัญญาณต่าง ๆ ของความปราชัยได้ปรากฏชัดขึ้นในแต่ละวัน ในตัวยะซีดและในแผนการต่างๆ ของเขา และพร้อมกับข้อเท็จจริงต่างๆ ที่ชัดเจนขึ้นนี้

เชลยแห่งอะฮ์ลุลบัยต์ของอิมามฮุเซน (อ.) ในแผ่นดินชาม (ตอนที่สอง)  สุนทรพจน์ของท่านหญิงซัยนับ กุบรอ (อ.) ในตำหนักของยะซีด หลังจากที่ยาซีดได้กระทำการอุกอาจและดูหมิ่นเหยียดหยามต่อศีรษะของท่านอิมามฮุเซน (อ.) และการนำเอาบทกวีของอิบนุ ซิบะอ์รอ มากล่าว  ท่านหญิงซัยนับนับ กุบรอ (อ.) ได้ยืนขึ้นและกล่าวว่า....

เชลยแห่งอะฮ์ลุลบัยต์ของอิมามฮุเซน (อ.) ในแผ่นดินชาม (ตอนที่หนึ่ง)  มีรายงานว่าหลังจากที่คาราวานของเชลยมาถึงเมืองชาม ยะซีดก็สั่งให้ควบคุมตัวพวกเขาไว้ในบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ติดกับวังของเขา บ้านหลังนี้เป็นซากปรักหักพังที่ใกล้จะพังทลายลง และอะฮ์ลุลบัยต์ (อ.) ได้กล่าวว่า : "เขาให้เราอยู่ในบ้านหลังนี้ เพื่อให้มันพังทลายลงบนหัวของเราและเราจะได้ถูกฆ่า" บรรดาเชลยอะฮ์ลุลบัยต์ (อ.) อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ ซึ่งไม่อาจปกป้องพวกเขาได้ทั้งจากความร้อนและความหนาวเย็น

ฮูเซน (อ.) คือ แสงอรุณท่ามกลางความมืดมน  ในช่วงยุคสมัยที่เต็มไปด้วยวิกฤตและในสถานการณ์และสภาวะเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ยากลำบากและเต็มไปด้วยความเลวร้ายนั้น ท่านอิมามฮุเซน (อ.) ได้เลือกวิธีการที่ดีและเหมาะสมที่สุดในการพิทักษ์รักษาหลักการต่าง ๆ ของอิสลาม และการต่อสู้กับความเท็จและบรรดาผู้นำแห่งความกลับกลอก....

ผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้

มี 179 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

30404251
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
7311
6823
7311
30339709
97080
215306
30404251

อ 12 ก.ค. 2026 :: 22:43:08